หอการค้าฯ เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน พ.ค.67 ปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

หอการค้าฯ เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน พ.ค.67 ปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

อัปเดตล่าสุด 18 มิ.ย. 2567
  • Share :

ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC Confidence Index) ประจำเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 55.1 ลดลงจากเดือนที่แล้ว 0.2 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจ โดยรวมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 เป็นดั้นมา โคยปรับตัวลคลงจากระดับ 56.0 ในเดือนที่ผ่านมา สู่ระดับ 54.3 ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ประมาณ 3.9% 46.5% และ 49.6% ตามลำดับ ขณะที่เดือนเมษายน ผู้บริโภคมีความเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจ โดยรวมอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ประมาณ 4.3% 47.4% และ 48.3% ตามลำดับ ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในระดับ "แย่" ต่ำกว่า 50% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ในรอบ55 เดือนนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา แต่ความเชื่อมั่นนี้อยู่ในระดับ "ปานกลาง" ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า"แย่" เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนียังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 อย่างมาก แสดงว่า ผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยรวม เนื่องมาจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ประกอบกับปัญหาค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

18 มิถุนายน 2567 นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสมาชิกผู้ประกอบการ 369 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2567 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบันปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ใน ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนนับตั้งแต่ดือนพฤจิกายน 2566 เป็นต้นมา ซึ่งลดลงจากระดับ 42.7 ในเดือนก่อน มาอยู่ที่ระดับ 41.4 โดยในเดือนพฤษภาคม 2567 ผู้บริโภคเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ประมาณ 3.6% 34.2% และ 62.2% ตามลำดับ ขณะที่เดือนเมษายน ผู้บริโภคเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ ประมาณ 3.9% 34.9% และ 61.2% ตามลำดับ การที่ดัชนีมีค่าอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงให้เห็นว่า โดย
ภาพรวมแล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่าภวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมีภาวะที่แย่มาก

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทย

ปัจจัยด้านลบ

  • ความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย ที่มีข่าวด้านต่างๆ ออกมาทำให้คนส่วนใหญ่กังวลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล

  • สศช. เผยภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2567 ขยายตัว 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมทั้งปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 2.5% ลดลงจากที่คาดไว้ก่อนหน้าที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.7%

  • ความกังวลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำให้มีการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

  •  ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.00 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ระดับ 32.94 บาทต่อลิตร สิ้นเดือน เม.ย. 67

  • SET Index เดือน พ.ค. 67 ปรับตัวลดลง 22.29 จุด จาก 1,367.95 ณ สิ้นเดือน เม.ย. 67 เป็น 1,345.66 ณ สิ้นเดือน พ.ค. 67

  • ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 36.789 ฿/$ ณ สิ้นเดือน เม.ย. 67 เป็น36.636 ฿/$ ณ สิ้นเดือน พ.ค. 67 สะท้อนว่ามีการไหลออกสุทธิของเงินตราต่างประเทศ

  • ความกังวลต่ออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลจะให้มีการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น

  • ความกังวลจากจากปัญหาภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์ภัยแล้ง รวมทั้งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมซึ่งจะสร้างความเสียหายปริมาณผลผลิตทางการเกษตร

  • ความกังวลในเรื่องของต้นทุนปัจจัยการผลิต-การเกษตรของผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยด้านบวก

  • ภาครัฐดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

  • ภาครัฐออกมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด ในช่วงระหว่างวันที่ 1 พ.ค. – 30 พ.ย. 2567

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น

  • ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้นหรือทรงตัวส่งผลให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น และมีกำลังซื้อในต่างจังหวัดเริ่มปรับตัวดีขึ้น

  • การส่งออกของไทยเดือน เม.ย. 67 ขยายตัวร้อยละ 6.81 มูลค่าอยู่ที่ 23,278.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.35 มีมูลค่าอยู่ที่ 24,920.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,641.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • ความหวังของประชาชนจากการมีสัญญาณของการขึ้นค่าจ้างงาน และเริ่มจะมีในการจับจ่ายใช้สอยที่กลับมามากขึ้น แต่ยังคงมีการระวังการเลือกซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

  • ผลผลิตทางการเกษตรอย่างทุเรียนไทยถึงช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว เริ่มทำให้เกษตรกรสวนทุเรียน และผู้ประกอบการส่งออกผลไม้มีรายได้เพิ่มขึ้น

  • ราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล ออกเทน 95 ในประเทศปรับตัวลดลงประมาณ 1.5 และ 2.2 บาทต่อลิตร อยู่ที่ระดับ 37.78 และ 38.15 บาทต่อลิตร

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ และแนวทางการดำเนินการของภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหา

  • การสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย

  • แนวทางการดูแลค่าแรงของประชาชนให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ และไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานในภาคธุรกิจขนาดเล็ก

  • มาตรการกำกับจัดสรรแก้ไขปัญหาน้ำที่เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำในภาคเกษตร-อุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

  • แนวทางการสนับสนุนให้มีการลงทุนภายในประเทศกับนักลงทุนชาวต่างชาติเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวขึ้น

  • มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วง Low Season เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่คึกคักขึ้น

  • การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

#สภาหอการค้า #หอการค้าไทย #สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย #เศรษฐกิจไทย #อุตสาหกรรมไทย #ภาคการเกษตร #ท่องเที่ยวไทย #ส่งออกไทย #ราคาพลังงาน #GDP  

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / Twitter / YouTube @MreportTH