Toyota ลั่น ไม่จำกัดสิทธิ์ในการใช้งานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า 24,000 รายการ

อัปเดตล่าสุด 10 เม.ย. 2562
  • Share :
  • 1,115 Reads   

เมื่อวันที่ 3 เมษายน Toyota Motor Corporation ประกาศให้ทรัพย์สินทางปัญญาด้านรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการดำเนินเรื่องขอสิทธิบัตร รวมแล้วเกือบ 24,000 รายการ ให้กลายเป็นลิขสิทธิ์แบบ Royalty-Free ไม่จำกัดสิทธิ์ในการใช้งาน เพื่อสนับสนุนความพยายามของผู้ผลิตยานยนต์ รัฐบาล และองค์กรต่าง ๆ ในการยกระดับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้โลกเข้าสู่ยุคของพลังงานสะอาดได้อย่างทั่วถึง

Mr. Shigeki Terashi สมาชิกบอร์ดบริหาร และรองประธานบริษัท Toyota ชี้แจงว่า สาเหตุที่บริษัทตัดสินใจเช่นนี้ เป็นผลมาจากการยื่นคำร้องขอซื้อสิทธิบัตรเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากจาก Toyota ทำให้ทางบริษัทเล็งเห็นว่า ถึงเวลาแล้ว ที่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควรเกิดขึ้น โดยได้กล่าวแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า “หากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่เหมาะสมแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าก็จะกลายเป็นมาตรฐานของยานยนต์ได้ภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจของเราในครั้งนี้ จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต”

โดยสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงรถยนต์ไฮบริด และเทคโนโลยีในการลดต้นทุนการผลิตชิ้นส่วน และระบบที่เกี่ยวข้องเช่นมอเตอร์, Power Control Unit (PCU), และอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพัฒนารถยนต์ไฮบริดชนิดต่าง ๆ รวมถึง Hybrid Electric Vehicles (HEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicles: PHEV) และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง ( Fuel Cell Electric Vehicles: FCEV) ซึ่งทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีที่ Toyota ทำการพัฒนามาตลอดช่วงเวลา 20 ปีนี้ 

โดยสิทธิบัตรที่ Toyota ให้สิทธิ์ในการใช้งานนั้น แบ่งหมวดหมู่ได้ ดังนี้

  • รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง 5,680 รายการ
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 2,590 รายการ 
  • PCU 2,020 รายการ
  • ระบบควบคุม 7,550 รายการ 
  • ระบบส่งกำลัง 1,320 รายการ 
  • ระบบชาร์จไฟฟ้า 2,200 รายการ 
  • เซลล์เชื่อเพลิง 2,380 รายการ

นอกจากนี้ Toyota ยังพร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี ทั้งการให้คำแนะนำวิธีการนำไปใช้ พร้อมอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดให้กับผู้ผลิตที่ต้องการ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้จะมีค่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพิ่มด้วย


ที่มา : M Report