ตามติด “วิกฤตชิปขาดตลาด” ใครได้ ใครเสีย

ตามติด “วิกฤตชิปขาดตลาด” ใครได้ ใครเสีย

อัปเดตล่าสุด 22 ก.พ. 2564
  • Share :
  • 643 Reads   

♦ บริษัทยานยนต์และเครื่องมือแพทย์ในสหรัฐฯ สูญเสียรายได้กว่าพันล้านเหรียญ จากปัญหาขาดแคลนชิป
♦ สมาคมอุตสาหกรรมยื่นหนังสือเรียกร้องรัฐบาลสหรัฐฯ ผลักดันการผลิตชิปในประเทศ สนับสนุนงบสร้างโรงงานทำชิป
♦ ขณะที่ชิปส่วนใหญ่ถูกผลิตในเอเซีย โดยมี TSMC และ SK Hynix เป็นผู้ผลิตชิปอันดับ 1 และ 2 ของโลก

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หอการค้าสหรัฐฯ และตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมที่เป็นตัวแทนของบริษัท General Motors, Caterpillar Inc, Medtronic PLC และอื่น ๆ จากกลุ่มธุรกิจจากอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 10 รายในสหรัฐอเมริกาได้ร่วมยื่นจดหมายให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อเรียกร้องให้สนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างโรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิปนำมาซึ่งการสูญเสียรายได้ของประเทศรวมแล้วกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์รายงานว่ากลุ่มผู้ผลิตชิปในสหรัฐได้ยื่นจดหมายในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว สภาคองเกรสได้อนุมัติเงินสนับสนุนการวิจัยแลัพัฒนาชิปในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายละเอียดของโครงการแต่อย่างใด 

ในจดหมายระบุว่า การขาดแคลนชิปในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมซัพพลายเชนให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น และเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนการผลิต การวิจัย และการพัฒนา เพื่อคงขีดความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้

ชิปส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกผลิตในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะชิปประสิทธิภาพสูง ซึ่งผู้เล่นรายใหญ่อย่าง TSMC และ Sumsung มีการผลิตชิปออกมารวมแล้วมากกว่าร้อยรุ่น โดยกลุ่มผู้เรียกร้องเชื่อว่า หากรัฐบาลให้การสนับสนุนแล้ว ทั้งสองบริษัทซึ่งมีแผนเปิดโรงงานในสหรัฐฯ ก็จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ออกนโยบายช่วยเหลือด้านภาษีเพิ่มเติม เนื่องจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตชิปอาจมีราคาสูงมากถึงหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินลงทุนมหาศาลที่มีมูลค่ามากกว่าการสร้างโรงงานใหม่เสียอีก

ล่าสุด โรงงานประกอบยานยนต์ General Motors, Stellantis, และ Honda ในสหรัฐฯ ได้หยุดสายการผลิตบางส่วนเนื่องจากชิปไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเป็นผลจากความต้องการคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊กที่พุ่งสูง และการฟื้นตัวของตลาดยานยนต์ในจีน อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมานี้การลงทุนผลิตชิปขนาด 8 นิ้ว ซึ่งเป็นชิปที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมยานยนต์มีสัดส่วนน้อยลง

Zhao Haijun CEO ร่วม บริษัท Semiconductor Manufacturing International Corp จากประเทศจีนแสดงความเห็นว่าปัจจุบันบริษัทประสบปัญหาด้านกำลังผลิตมาก และแม้จะมีแผนเพิ่มกำลังผลิต แต่ก็ต้องใช้เวลาในการจัดหาเครื่องจักรซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบากจากมาตรการกีดกั้นทางการค้าในสมัยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ 

ส่วนทาง TSMC เปิดเผยว่าในปีนี้มีแผนลงทุนด้านชิปยานยนต์เป็นมูลค่า 2.5 - 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อนหน้า
SK Hynix ผู้ผลิตชิปอันดับ 2 ของโลกจากเกาหลีใต้ รายงานว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับแผนย้ายสายการผลิตชิปไปยังจีนเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยจะเร่งกำหนดการณ์ให้เร็วขึ้นจากเดิมที่จะใช้เวลา 2 ปี

ส่วนในญี่ปุ่น Renesas Electronics เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อบริษัทชิปของอังกฤษด้วยเงินสดมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้โอกาสที่ชิปกำลังขาดตลาดในการทำกำไร และได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า มีแผนขึ้นราคาชิปสำหรับยานยนต์ 15% และชิปอื่น ๆ 10 - 20%

 


ที่มา : M Report