สถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566, Foreign Trade of Thailand 2023

สถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566

อัปเดตล่าสุด 26 ม.ค. 2567
  • Share :
  • 10,410 Reads   

กองวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานสถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566 มีมูลค่าทั้งสิ้น 479,961.39 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 236,648.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 2.72 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมูลค่าการนำเข้า 243,313.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 4.59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดุลการค้า ปี 2566 ขาดดุล 6,665.00 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โดยการค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566 (ม.ค.-ต.ค.) หดตัวลง 3.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ ผลกระทบจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของหลายประเทศ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าจะยังขยายตัวได้จากแรงสนับสนุนของการบริโภคภาคเอกชนและภาค
การท่องเที่ยว

Advertisement

โครงสร้างการส่งออกสินค้า

การส่งออกสินค้าของไทยในปี 2566 มีมูลค่า 236,648.20 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหดตัวร้อยละ 2.72 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหมวดสินค้าหลักมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

  • สินค้าเกษตรกรรม มูลค่าการส่งออก 22,769.65 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 0.22 (YOY) 
  • สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร มูลค่าการส่งออก 19,011.82 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 2.45 (YOY)
  • สินค้าอุตสาหกรรม มูลค่าการส่งออก 185,320.36 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 2.82 (YOY)
  • สินค้าแร่และเชื้อเพลิง มูลค่าการส่งออก 7,821.78 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 7.69 (YOY)

สถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566, Foreign Trade of Thailand 2023

ตลาดส่งออกสินค้า ปี 2566 ไทยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังตลาดคู่ค้าหลัก รวม 5 ตลาด ได้แก่ อาเซียน สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (27 ประเทศ) คิดเป็นร้อยละ 69.14 และมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 30.86 ของการส่งออกทั้งหมด มีรายละเอียด ดังนี้

  • สัดส่วนการส่งออกของไทย ไปยังอาเซียน สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (27 ประเทศ) คิดเป็น ร้อยละ 23.50, 16.90, 12.23, 8.80 และ 7.71 ตามลําดับ
  • มูลค่าการส่งออกของไทย รวม 236,648.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 2.72 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) หดตัวสูงที่สุด ร้อยละ 18.45 รองลงมา คือ อาเซียน หดตัวร้อยละ 9.48 จีน หดตัวร้อยละ 0.69 และ ญี่ปุ่น หดตัวร้อยละ 0.08 ส่วนประเทศที่การส่งออกขยายตัว คือ สหรัฐอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 0.15

photo

ตลาดส่งออกสินค้า

สถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566, Foreign Trade of Thailand 2023

โครงสร้างการนำเข้าสินค้า

การนำเข้าสินค้าของไทยในปี 2566 มีมูลค่า 243,313.20 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 4.59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหมวดสินค้าหลักมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

  • สินค้าเชื้อเพลิง มีมูลค่าการนำเข้า 45,511.52 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 10.50 (YOY)
  • สินค้าทุน มีมูลค่าการนำเข้า 57,325.54 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 2.53 (YOY)
  • สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป มีมูลค่าการนำเข้า 95,984.43 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 10.90 (YOY)
  • สินค้าอุปโภคบริโภค มีมูลค่าการนำเข้า 27,590.76 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 1.47 (YOY)
  • ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง มีมูลค่าการนำเข้า 13,386.87 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 32.16 (YOY)
  • สินค้าหมวดอาวุธ ยุทธปัจจัยและสินค้าอื่น ๆ มีมูลค่าการนำเข้า 3,513.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 9.33 (YOY) 

สถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566, Foreign Trade of Thailand 2023

ตลาดนำเข้าสินค้า ปี 2566 ไทยมีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าหลัก รวม 5 ตลาด ได้แก่ จีน อาเซียน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (27 ประเทศ) คิดเป็นร้อยละ 65.05 และการนำเข้าจากตลาดอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 31.55 ของการนำเข้าทั้งหมด มีรายละเอียด ดังนี้

  • สัดส่วนการนำเข้าของไทย จากจีน อาเซียน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) และสหรัฐอเมริกา มีสัดส่วนร้อยละ 24.12, 16.97, 10.34, 6.74 และ 6.89 ตามลำดับ 
  • ไทยมีมูลค่าการนำเข้า รวม 243,313.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 4.59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย อาเซียน หดตัวสูงสุด ร้อยละ 6.75 รองลงมา คือ จีน หดตัวร้อยละ 1.22 ขณะที่ สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) ขยายตัวสูงสุดร้อยละ 9.94 รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 9.69 และญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 0.76

ตลาดนำเข้าสินค้า

สถานการณ์การค้าต่างประเทศของไทย ปี 2566, Foreign Trade of Thailand 2023

 

อ่านต่อ:

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / Twitter / YouTube @MreportTH