โตโยต้า ลด กำลังการผลิต ยานยนต์ 2022

โตโยต้า หั่นยอดผลิตรถ 50,000 คัน เดือน พ.ค. นี้ เซ่นชิปขาด ซ้ำล็อกดาวน์จีน

อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2565
  • Share :
  • 1,214 Reads   

‘โตโยต้า’ ประกาศลดกำลังการผลิตในประเทศญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคมนี้ลง 50,000 คัน ส่งผลให้ยอดรถผลิตรถยนต์ของโตโยต้าทั่วโลกจากเดิม 750,000 คัน ลดเหลือ 700,000 คัน เซ่นชิปขาดที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดล็อกดาวน์ใหญ่ในจีน 

Advertisement

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2022 โตโยต้า (Toyota) ประกาศลดกำลังการผลิต 50,000 คันในเดือนนี้ ทำให้มียอดผลิตลดเหลือ 700,000 คัน ซึ่งเป็นการปรับตัวเลขครั้งที่สองหลังจากประกาศปรับลดเหลือ 750,000 คันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 

เดิมทีโตโยต้าวางแผนการผลิตทั่วโลกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 800,000 คัน แต่จากวิกฤตชิ้นส่วนขาดแคลนอย่างหนักโดยเฉพาะชิปเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้โตโยต้าต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีการปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับคาดการณ์ชิปที่จะได้รับในแต่ละช่วง

สำหรับการปรับลดกำลังการผลิตในครั้งนี้จะกระทบกับสายการผลิตในญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยบริษัทต้องหยุดสายการผลิตในญี่ปุ่น 14 สายการผลิตจากโรงงาน 8 แห่งรวมเป็นเวลา 6 วัน

รายงานของบริษัท ระบุว่า สาเหตุที่ไม่สามารถทำการผลิตได้ตามเป้าจนต้องปรับลดตัวเลขมาจากปัญหาชิปขาดที่ต่อเนื่องมา และยังต้องเจอกับการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ในจีนทำให้ชิปขาดรุนแรงขึ้น

สำหรับสถานการณ์ของค่ายรถอื่นก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยรอยเตอร์รายงานว่า เทสล่ามีการปรับลดกำลังการผลิตยานยนต์ในเซี่ยงไฮ้จากวันละ 1,200 คัน เหลือเพียงวันละ 200 คันเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งแหล่งข่าวของรอยเตอร์ระบุว่า เทสล่ามีแผนเพิ่มกำลังการผลิตกลับไปที่วันละ 2,600 คันในสัปดาห์หน้า แต่ทางบริษัทไม่ได้แสดงความเห็นต่อข้อมูลนี้แต่อย่างใด

เรายังคงติดตามผลกระทบล็อกดาวน์จีนต่อภาคการผลิต ซึ่งแน่นอนว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมทั่วโลกมารายงานให้ทราบครับ

 

#โตโยต้า #Toyota #ยอดผลิตยานยนต์ #ลดกำลังการผลิต #ชิปขาดตลาด #ล็อกดาวน์จีน #โรงงานผลิตรถยนต์ #ญี่ปุ่น #จีน  #เทสล่า  #Tesla #อุตสาหกรรมยานยนต์ #อุตสาหกรรมจีน #M Report #mreportth #ข่าวอุตสาหกรรม #onlinecontent

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / Twitter / YouTube @MreportTH


ที่มา : M Report