ส่งออกไทย ก.ค. 2568 โต 11% ดุลการค้าเกินดุลต่อเนื่อง | M Report

ส่งออกไทยเดือน ก.ค. โต 11% ต่อเนื่อง 13 เดือน ดุลการค้าเกินดุลเดือนที่ 3

อัปเดตล่าสุด 27 ส.ค. 2568
  • Share :

มูลค่าการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2568 สูงถึง 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกไทย แม้เผชิญความท้าทายด้านมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ

27 สิงหาคม 2568 - นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 มีมูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (928,342 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ที่ร้อยละ 11.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 16.6 การส่งออกเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเข้าใกล้วันสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯในเดือนสิงหาคม ผู้นำเข้าทั่วโลกยังคงเร่งนำเข้าเพื่อปิดความเสี่ยง ประกอบกับการที่รัฐบาลไทยสร้างความเชื่อมั่นต่อ นักลงทุนว่าจะสามารถบรรลุผลการเจรจาอัตราภาษีกับสหรัฐฯ ได้อย่างลุล่วง และพร้อมมีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านภาษีของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อธุรกิจส่งออกของไทย ในขณะที่ดุลการค้าของไทยเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม การส่งออกขยายตัวในอัตราสูงในเกือบทุกกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ร้อยละ14.4 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 14.5

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวเพิ่มเติม รายละเอียดดังนี้

สรุปมูลค่าการค้ารวม

มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2568

  • การส่งออก มีมูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 11.0 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
  • การนำเข้า มีมูลค่า 28,258.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 5.1 
  • ดุลการค้า เกินดุล 322.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568

  • การส่งออก มีมูลค่า 195,432.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 14.4 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การนำเข้า มีมูลค่า 195,172.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.6
  • ดุลการค้า เกินดุล259.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกรกฎาคม 2568

  • การส่งออก มีมูลค่า 928,342 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 1.1 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
  • การนำเข้า มีมูลค่า 929,324 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 6.3
  • ดุลการค้า ขาดดุล 983ล้านบาท

ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568

  • การส่งออก มีมูลค่า 6,507,300 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.3 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การนำเข้า มีมูลค่า 6,580,565ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.9
  • ดุลการค้า ขาดดุล 73,265ล้านบาท

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 10.9(YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 21.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 0.2 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ 

  • ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 107.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย มาเลเซียฮ่องกงและเกาหลีใต้)
  • ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 9.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 10เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้มาเลเซีย และเนเธอร์แลนด์)
  • อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 9.1ขยายตัวต่อเนื่อง 22เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯญี่ปุ่น อิตาลีออสเตรเลียและมาเลเซีย)
  • ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 21.8ขยายตัวต่อเนื่อง 19เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ออสเตรเลีย เมียนมา ลาวและญี่ปุ่น)
  • น้ำตาลทราย ขยายตัวร้อยละ 36.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2เดือน (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว มาเลเซียและจีน)
  • ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 12.9ขยายตัวต่อเนื่อง 22เดือน (ขยายตัวในตลาด สหรัฐฯ ออสเตรเลียเนเธอร์แลนด์แคนาดาและเม็กซิโก)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่

  • ยางพารา หดตัวร้อยละ 19.9 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม สเปน เยอรมนี และปากีสถาน)
  • ข้าว หดตัวร้อยละ 16.3 หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดอิรัก ฮ่องกง เซเนกัลโกตดิวัวร์ และ ญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน แอฟริกาใต้ โมซัมบิก และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก)
  • อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 3.4 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลียแคนาดา ลิเบีย และซาอุดีอาระเบีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อียิปต์ อิสราเอล เปรู และจีน)
  • ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 12.6 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย)
  • ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 28.5 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และกัมพูชาแต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย) 
  • เนื้อสัตว์และ 2 ของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัวร้อยละ 14.3 หดตัวต่อเนื่อง4เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร กัมพูชา เยอรมนี และออสเตรเลียแต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ฮ่องกง สิงคโปร์ ลาวและเบลเยียม 

ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 3.5

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 14.0 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน​ โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่

  • เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 61.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์)
  • ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัวร้อยละ 9.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย)
  • เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขยายตัวร้อยละ 44.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์)
  • แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 54.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย จีน และ ญี่ปุ่น)
  • หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 19.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเช็ก และฮ่องกง)
  • ผลิตภัณฑ์พลาสติก ขยายตัวร้อยละ 28.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย จีน และเวียดนาม)
  •  

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่

  • สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัวร้อยละ 24.7 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย สิงคโปร์ เวียดนาม และญี่ปุ่น แต่ยังขยายตัวใน ตลาดสหรัฐฯ เบลเยียม บรูไน ปากีสถาน และแอฟริกาใต้)
  • ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัวร้อยละ 6.4 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย แต่ยังขยายตัวในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐฯ มาเลเซีย อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย) 
  • เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 17.7 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย เยอรมนี และมาเลเซีย แต่ยังขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย บราซิล เวียดนาม แอฟริกาใต้ และเบลเยียม) 
  • อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัวร้อยละ 44.0 หดตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯฮ่องกง อินเดีย เกาหลีใต้ และสาธารณรัฐเช็ก แต่ยังขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และลาว)

ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 18.5

ตลาดส่งออกสำคัญ

การส่งออกไปตลาดสำคัญยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลัก อาทิ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และ อาเซียน และตลาดรอง อาทิ เอเชียใต้ รัสเซีย และสหราชอาณาจักร โดยมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากการเร่งส่งออกก่อนมาตราการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้เต็มที่ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ  สรุปได้ดังนี้

  1. ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 15.3 โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯร้อยละ 31.4 จีน ร้อยละ 23.1 ญี่ปุ่น ร้อยละ 7.1 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 6.6 อาเซียน (5) ร้อยละ 5.6 และ CLMV ร้อยละ 1.9
  2. ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 7.7 โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ร้อยละ 7.1 ตะวันออกกลางร้อยละ 1.4 แอฟริกา ร้อยละ 12.7 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 33.7 รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 26.6 และสหราชอาณาจักรร้อยละ 17.4ขณะที่หดตัวในตลาดทวีปออสเตรเลียร้อยละ 11.5 
  3. ตลาดอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 51.7

ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 31.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 30.1  

ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 23.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 19.4

ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 7.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถจักรยานยนต์และ ส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง เม็ดพลาสติก และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.0

ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 6.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้า สำคัญที่หดตัวเช่น หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 8.9

ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัวร้อยละ 5.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและ เครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568ขยายตัว ร้อยละ 5.1

ตลาด CLMV ขยายตัวร้อยละ 1.9 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น อัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และ น้ำตาลทราย ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568ขยายตัวร้อยละ 9.8 

ตลาดเอเชียใต้ ขยายตัวร้อยละ 7.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและ เครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เคมีภัณฑ์ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 39.6

ตลาดทวีปออสเตรเลีย หดตัวร้อยละ 11.5 (หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และ ส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องจักรกลและ ส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 หดตัวร้อยละ 10.0

ตลาดตะวันออกกลาง ขยายตัวร้อยละ 1.4 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัวเช่น ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 5.2

ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 12.7 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย และเม็ดพลาสติก สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว เคมีภัณฑ์ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 3.7

ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 33.7 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัวเช่น แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 13.2

ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ ขยายตัวร้อยละ 26.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ หดตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 21.7

ตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัวร้อยละ 17.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ และไก่แปรรูป ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 13.2

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป

แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงเติบโต หลังจากที่ไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาลด ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จาก 36% เหลือเพียง 19% ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ ในภูมิภาค ช่วยคลายความกังวล ของนักลงทุนและผู้ประกอบการส่งออก ลดการเสียเปรียบในด้านการแข่งขัน และกระตุ้นการลงทุนในอนาคต ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของทีมเจรจาไทยและถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยหลังจากนี้ไทยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าขณะเดียวกันจะมีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมให้กับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการลดภาษีสินค้านำเข้าให้กับสหรัฐฯ ต่อไปอย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยกดดันการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี อาทิ การส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หยุดชะงักไปจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ปริมาณสินค้าคงคลังของประเทศผู้นำเข้าที่สะสมไว้ในช่วงก่อนการประกาศผลของการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจทำให้คำสั่งซื้อในอนาคตชะลอตัวลงจากภาคการส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อหามาตรการรับมือที่เหมาะสมต่อไป ในขณะที่การดำเนินการเชิงรุกเปิดตลาดการค้าและผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ๆ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 

#ส่งออกไทย #เศรษฐกิจไทย #ตลาดสหรัฐ #FTA #การค้าโลก #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH